ไมเกรน คืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาโรคไมเกรน

 

ไมเกรน (Migraine) หรือโรคไมเกรน เป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียว เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากสมอง ศีรษะ และเส้นเลือดรอบๆ สมองของเรา เมื่อมีสิ่งเข้าไปกระตุ้นก็จะทำให้สมองเกิดภาวะตอบสนองไวกว่าปกติโดยเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีเข้าไปกระตุ้นรบกวนเส้นประสาททำให้หลอดเลือดในสมองเกิดการขยายตัวและก่อให้เกิดไมเกรนในที่สุด

อาการของไมเกรน

– จะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยปวดศีรษะแบบตุ๊บๆ บริเวณขมับข้างเดียวนานราว 4 – 72 ชั่วโมง มีน้อยรายที่จะปวดทั้งสองข้างพร้อมกัน
– อาจปวดบริเวณเบ้าตา
– อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
– เบื่ออาหาร
– เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายจะยิ่งทำให้มีอาการปวดศีรษะมากขึ้น
– เมื่อเกิดเสียงดังหรือมีแสงจ้าก็ทำให้ปวดศีรษะ
– อาจมีอาการนำ Aura ที่เห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว

สาเหตุของการเกิดไมเกรน

ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่พบน้อยในผู้สูงอายุ ซึ่งโดยมากมักพบในช่วงอายุระหว่าง 10 – 40 ปี และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (อัตราเฉลี่ย 1 : 10) โดยสาเหตุของไมเกรนนั้นยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่มีการสันนิษฐานกันว่าน่าจะเกิดจากพันธุกรรมเป็นหลัก ร่วมด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเครียด หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล่านี้ก็เป็นตัวกระตุ้นทำให้หลอดเลือดแดงในสมองเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้ปวดศีรษะ
การรักษาไมเกรนด้วยยาและการป้องกันอาการไมเกรน
หากมีอาการไม่มากก็สามารถรับประทานพวกยาพาราเซตามอล หรือแอสไพริน จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ แต่หากมีอาการมากเป็นบ่อยก็ควรปรึกษาแพทย์ โดยแพทย์มักจะให้ยาในกลุ่ม Beta blockers, Antidepressants, Calcium Channel blocker ตลอดจนยา Sumatriptan ซึ่งเป็นยาสำหรับอาการไมเกรนโดยเฉพาะ และจะให้ยาแก้ปวด และคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
นอกจากนี้การรับประทานอาหารเสริมก็เป็นการช่วยลดหรือบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ อย่างเช่น วิตามินบี, แคลเซียม, แมกนีเซียม, Feverfew หรือ 5-hydroxytryptophan (5-HTP) เหล่านี้ก็สามารถช่วยเพิ่มระดับเซอโรโตนินในสมองของเรา เป็นการบำรุงเส้นเลือดให้แข็งแรง และควรรับประทานอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผลดี
โดยในเบื้องต้นเมื่อเกิดไมเกรนอาจบรรเทาอาการด้วยตนเองอย่างง่ายๆ ก่อน เช่น ใช้น้ำแข็งประคบที่ศีรษะเป็นการช่วยให้เส้นเลือดหดตัวลง หรือนอนพักผ่อนในห้องนอนที่สงบเงียบ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรเปิดไฟเวลานอน หรือการนวดด้วยอโรมาก็ช่วยให้สมองผ่อนคลายได้ งดอาหารประเภทผงชูรส พิซซ่า กาแฟ เนย ช็อกโกแลต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล่านี้เป็นต้น นอกจากนี้ควรออกกำลังกาย และรับประทานอาหารจำพวกปลามากๆ ก็จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคไมเกรนได้

คอลลาเจนคืออะไร ประโยชน์ของคอลลาเจนมีอะไรบ้าง

 

ในปัจจุบัน “คอลลาเจน” เป็นสารบำรุงผิวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวงการความสวยความงาม อาหารเสริม และวงการสุขภาพ เพราะเชื่อกันว่าคอลลาเจนเป็นสารอาหารมหัศจรรย์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสวยกระชับ เต่งตึง ดังนั้นจึงมีการนำคอลลาเจนมาสกัดเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง อาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งแท้จริงแล้วคนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วคอลลาเจนคืออะไร…?

คอลลาเจนคืออะไร…?
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนสายยาวชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นโปรตีนธรรมชาติที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง และอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ เช่น พังผืด กระดูกอ่อน เส้นเอ็น ข้อต่อ ผิว เส้นผม เล็บ ผนังหลอดเลือด และกระดูก เป็นต้น โดยปริมาณคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์จะมีเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งคอลลาเจนจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนกาวที่เชื่อมและยึดเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไว้ด้วยกัน ทำให้ร่างกายมีเนื้อเยื่อ และอวัยวะที่สมบูรณ์
ความสำคัญของคอลลาเจน

คอลลาเจนมีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเปรียบเสมือนอวัยวะหนึ่งของร่างกายเลยก็ว่าได้ และถึงแม้ว่าคอลลาเจนจะมีอยู่ภายในร่างกายของเรา แต่เราก็สามารถขาดคอลลาเจนได้ เนื่องจากคอลลาเจนมีอายุการใช้งานเหมือนกับสิ่งของ ที่เวลาผ่านไปก็ย่อมต้องชำรุดและทรุดโทรมไปตามสภาพการใช้งาน ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนภายในร่างกายก็จะสามารถเสื่อมสภาพลงได้ ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามผิวหนัง รวมถึงอวัยวะภายในร่างกายเกิดการสึกหรอ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้
ดังนั้นจึงมีการคิดค้นนำคอลลาเจนจากสัตว์หลายชนิดมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย เพื่อช่วยเสริมปริมาณคอลลาเจนในร่างกายให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้กลับมาสวยกระชับ และเต่งตึงขึ้นได้อีกด้วย
แต่ความจริงแล้วถ้าอยากให้ร่างกายได้รับปริมาณคอลลาเจนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน เพียงแค่หันมาใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกายก็จะสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ รวมถึงการพักผ่อนอย่างเพียงพอยังมีส่วนช่วยชะลอให้อวัยวะภายในร่างกายสึกหรอช้าลงได้เช่นกัน
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้อย่างง่ายว่า คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งหลังจากที่เราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะทำการย่อยโปรตีนให้เล็กที่สุดจนกลายเป็น “กรดอะมิโน” แล้วนำไปใช้เพื่อซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่างๆ ในร่างกาย แต่ส่วนหนึ่งหลังจากที่ถูกย่อยก็จะถูกนำกลับมาใช้เป็นคอลลาเจนนั่นเอง…

4 วิธีทําความสะอาดต่างหู อย่างง่ายๆ

 

ต่างหู (Ear ring) หนึ่งในเครื่องประดับคู่กายของสาวๆ ต่างหูเก่าที่เก็บเอาไว้ หากจะนำมาใส่อีกครั้ง ก็ดูหมองไม่เงางาม ใส่แล้วอาจไม่มั่นใจ จะทิ้งก็เสียดาย เรามีเคล็ดลับดีๆและวิธีทำความสะอาดต่างหูที่จะทำให้ต่างหูของคุณเงาวับ ดูเหมือนใหม่อีกครั้ง การทำความสะอาดมีหลากหลายวิธีให้คุณเลือกตามความสะดวก

วิธีทําความสะอาดต่างหู

วิธีที่1 ทำได้ง่ายมาก เพียงใช้ลิปสติกนำมาทาลงบนกระดาษทิชชู่ แล้วนำมาขัดต่างหูจนทั่ว ทำความสะอาดขัดถูคราบหรือรอยหมองคล้ำ ให้หมดไป เพียงเท่านี้ต่างหูก็กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง

วิธีที่2 ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ หรือ น้ำยาขัดโลหะ ที่มีความเข้มข้นไม่สูงมาก นำแอลกอฮอล์ หรือ น้ำยาขัดโลหะชุบสำลี แล้วมามาเช็ดที่ต่างหูจนทั่ว จากนั้นเช็ดน้ำยาที่ต่างหูออกให้หมด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองต่อหูได้ ต่างหูก็จะแวววาว สวยสดใส

วิธีที่3 นำสบู่มาละลายกับน้ำ แล้วนำน้ำสบู่ไปต้ม นำต่างหูใส่ลงไปในน้ำ แช่ไว้ 3-5 นาที แล้วยกลง ต่างหูก็จะแวววาวเหมือนใหม่ โดยไม่ต้องขัดถู

วิธีที่4 นำต่างหูแช่น้ำมะนาว หรือน้ำมะขามเปียก จะกว่าจะพอใจในความแวววับของต่างหู แล้วนำมาล้างให้สะอาด ก็ได้ใส่ต่างหูคู่เก่าที่เหมือนใหม่

เคล็ดลับและวิธีทำความสะอาดต่างหูที่กล่าวมาไม่ได้ใช้แค่กับต่างหูเท่านั้น ยังใช้กับเครื่องประดับเงินต่างๆในบ้านของคุณได้อีกด้วย หมั่นทำความสะอาดดูแลต่างหูที่คุณรัก เพื่อให้เครื่องประดับต่างหูของสาวๆ แวววับ เงาวาว สวยงามอยู่เสมอ

วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

โรคตาแดง (Conjunctivitis) นับได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม หรือฤดูฝนที่โรคตาแดงมักระบาด จัดเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนกังวลและหวาดกลัวกับโรคตาแดงนี้
สาเหตุของโรคตาแดง

– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ
อาการของโรคตาแดง

– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัส
วิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง

– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

สลด! หนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถูก จยย. วิ่งสวนทาง ชนดับคาที่

(10 พ.ย.) เวลา 21.00 น. ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ หะรังสี ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถ จยย.ชนกัน ที่หน้าร้านอาหารครัวสมพงษ์ ถนนสุขาประชาสรรค์ หมู่ 6 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ

%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 ช่องจราจร รถวิ่งสวนทางกัน ที่ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าท่าน้ำปากเกร็ด พบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ-น้ำเงิน ทะเบียน กกธ 186 นนทบุรี ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายบุญยงค์ อายุ 33 ปี อาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สุขาประชาสรรค์ เบอร์ 276 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีเลือดออกปากและจมูก เนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ส่วนรถ จยย. คู่กรณี ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX125 สีขาว-ดำ ทะเบียน 4 กข 5260 กทม. ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายประเสริฐชัย อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกที่บริเวณคิ้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.กรมชลประทานปากเกร็ด

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันวิ่งสวนทางกัน โดยรถ จยย. ของผู้เสียชีวิตกำลังจะไปรับลูกค้า จากนั้นน่าจะเสียหลักเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณี ทำให้ร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นตกจากรถและบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ‘ติ๊งต่าง’ คดีฆ่าข่มขืน ด.ช. 7 ขวบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 พ.ย.) เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัว นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง จำเลยในคดีล่วงละเมิดทางเพศ มาศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีฆ่าเด็กชาย วัย 7 ปี บริเวณยอดเขาภูผาสิงห์ ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556

%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95

เนื่องจากคดีนี้ จำเลย ให้การรับสารภาพตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ประกอบกับเป็นผู้ทำแผนที่ยืนยันพฤติการณ์กระทำผิดด้วยตัวเอง จนตำรวจลงพื้นที่สืบสวน พบศพของผู้เสียชีวิตจริง ศาลชั้นต้นจึงตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

จำเลยยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาล อ้างว่าขณะเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยาน และถูกบังคับให้รับสารภาพ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์จริง แต่เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน จำเลยได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเป็นผู้เสนอเขียนแผนที่ด้วยตัวเอง จนนำไปสู่การตรวจสอบพบโครงกระดูกผู้เสียชีวิตบรรจุถุงปุ๋ย บริเวณยอดเขาภูผาสิงห์ จังหวัดเลย

ประกอบกับในการรับสารภาพมีพยานหลายปาก เช่น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์, มูลนิธิกระจกเงา และทนายความ เป็นพยานยืนยัน พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอเชื่อได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา ศาลอุทธรณ์จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

สำหรับ นายติ๊งต่าง ก่อนหน้านี้ก็ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต กรณีข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี มาแล้ว 2 สำนวน โดยชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ ประกอบด้วย

1. คดีหมายเลขดำ ที่ อ.602/2557 ของศาลจังหวัดพระโขนง กรณีเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 จำเลยได้ลวง ด.ญ.การ์ตูน อายุ 6 ขวบ ไปซื้อขนมก่อนจะพาเข้าไปในพงหญ้าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แบริ่ง แล้วทำร้ายเด็กหญิงจนหมดสติก่อนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่

2. คดีหมายเลขดำ ที่ อ.163/2558 ของศาลอาญา กรณี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 จำเลยได้พราก ด.ญ.หญิง อายุ 4 ขวบเศษไปจากผู้เป็นตาซึ่งเป็นผู้ปกครอง ระหว่างไปขายของที่งานกาชาดอำเภอเมืองเลย โดยจำเลยพูดจาหลอกล่อว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อแล้วใช้กำลังบีบบังคับฉุดลากเด็กหญิงเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 400 เมตร และจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจนสำเร็จความใคร่ แล้วใช้มือบีบคอทำให้ขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย

เลวระยำแก๊งมอดไม้บังคับควายกินยาบ้า

(1 พ.ย.) เมื่อเวลา 02.00 น. นายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และ นายสุเมธ จารุรัตน์ ผช.หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย เดินเท้าเข้าไปในป่าลึกเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยาง-แม่อาง เขตพื้นที่เตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่ บ้านดง-นาแก หมู่ 5 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง หลังจากที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ได้เข้าชาร์จ เพื่อที่จะจับกุมกลุ่มลักลอบขนไม้ชิงชัน เกล็ดแดง แปรรูป โดยใช้ควายเทียมเกวียนในการชักลากไม้เถื่อนเตรียมที่จะออกจากป่าแห่งนี้

เลวระยำแก๊งมอดไม้บังคับควายกินยาบ้า

ผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีหายไปกลับความมืดทั้งหมด รวมทั้งพยายามที่ตัดเชือก จูงควายหนีแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ยึดไว้ได้ พบของกลางทั้งหมดเป็นควาย 4 ตัว เกวียน 2 เล่ม ไม้ชิงชัน ไม้เกล็ดแดง ขนาดใหญ่ความยาวท่อนละไม่ต่ำกว่า 2 เมตร จำนวน 4 ท่อนเหลี่ยม

สำหรับการเข้าจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติได้เฝ้าติดตามแกะรอย มาจากพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง เดินลัดเละตามสันเจามาเรื่อยๆ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนายทุนข้ามชาติเข้ามาว่างจ้างกลุ่มมอดไม้ในพื้นที่เข้าไปลักลอบตัดไม้ชิงชันในป่าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท โยจะใช้ทุกวิถีทางในการเข้าไปลักลอบตัดไม้ชนิดนี้ จึงเฝ้าติดตามมานานกว่า 3 คืน ถึงจะพบ

ส่วนควายทั้ง 4 ตัวทางเจ้าหน้าที่ คาดว่า น่าจะให้กินน้ำดื่มที่ผสมยาบ้าเข้าไปเพราะเส้นทางในการชักลากไม้ครั้งนี้ ยากลำบากมากและควายทุกตัวมีสภาพอาการที่น่าสงสารมาก โดยเจ้าหน้าที่กำชับให้นำควายไปเลี้ยงดูที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทอย่างดี พร้อมเร่งตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

สำนักพระราชวังแจ้งการขอเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

สำนักพระราชวัง แจ้งว่า หลังจากการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82

ผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวัง ได้ 4 ช่องทางคือ

(1.) ส่งเอกสารด้วยตนเองที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
(2.) ส่งเอกสารทางโทรสารหมายเลข 022808708
(3.)ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียนเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ
(4.) ส่งทาง E-mail address : brh@palaces.mail.go.th โดยแสกนเป็นไฟล์ PDF

เมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวัง จะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน

สาวไทยแฉ หนุ่มพันล้านทิ้งน้าไปแต่งดารา พรากลูกน้อยจากอก

จากกรณีที่เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก ของอินโดนีเซีย มีการแชร์เรื่องราวของ ปาโบล ปูเตรา เบนัว นักธุรกิจพันล้าน เข้าพิธีแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วัน

%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4

โดยขณะออกเดตในวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคา 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ วันต่อมาให้ของขวัญเป็นนาฬิกาข้อมือ ราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด (22 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งเธออ้างว่า ปาโบล ปูเตรา เบนัว เคยแต่งงานกับน้าสาวของตน ซึ่งเป็นสาวไทยชื่อว่าเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และยังมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ก่อนจะกล่าวหาฝ่ายหญิงแล้วก็บอกเลิก พร้อมเอาลูกชายไปเลี้ยง โดยระบุว่า

“ตอนนี้อาจจะมีคำพูดเช่น รู้ตั้งนานทำไมเพิ่งมาแฉ เราก็ต้องตอบว่า เพราะตอนนั้นมันยังไม่เป็นข่าว พอเป็นข่าวใครๆ ต่างก็ชื่นชมในตัวผู้ชาย เราอยากให้โลกรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนคิด ผู้ชายใส่ร้ายน้าเราว่าคบ 2 คน มันเป็นการโยนขี้กันชัดๆ เพราะน้าเราแต่งงานด้วย อยู่ด้วยกัน ต้องอุ้มท้องและคลอด จะเอาเวลาไหนไปมีคนอื่น

แถมน้าเราก็รักเค้ามาก ตอนแรกน้าเรานึกว่าสามีใจดีให้กลับมาเยี่ยมบ้าน ระหว่างอยู่ไทย สามีน้าก็อัดคลิปลูกให้ดู พอน้าเราจะกลับไปอินโด สามีน้ากลับมีคนอื่น และบอกไม่ให้กลับ #และไม่ให้เจอลูก ทางกฎหมาย ของไทยและอินโดไม่เหมือนกัน ผู้ชายก็มีอิทธิพล เราสู้ทางนั้นไม่ไหว อีกอย่างต้องใช้เงินเยอะมากๆค่ะที่จะจ้างที่ปรึกษาและทนาย”

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวที่หญิงสาวโพสต์ ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บางรายแนะนำข้อกฎหมาย ขณะที่บางรายก็ไม่เชื่อว่าสิ่งที่เธออ้างเป็นเรื่องจริง

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ สายบันเทิง 24 ชั่วโมง

Gclub Royal

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ ความมันส์ สนุกตื่นเต้น ครบทุกรสทุกอารมณ์

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ รูปแบบออนไลน์ ความมันส์ สนุกตื่นเต้น ครบทุกรสทุกอารมณ์ สามารถสมัครเข้าเล่น Gclub online ได้ ตลอด24ชั่วโมง
หลังจากสมัครสมาชิกกับเรา ลูกค้าสามารถเลือกเล่นได้หลากหลายช่องทางเช่น Gclub ผ่านมือถือ, Gclub iphone,Gclub Android หรือว่า Gclub Download ติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องก็สามารถเล่นได้แล้ว

Gclub Royal คาสิโนออนไลน์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย และผู้เล่นมากที่สุด ด้วยรูปแบบที่เข้าใจง่าย มีหลากหลายโซน หลายเกมส์ให้เลือกเล่น เช่น รูเล็ต,กำถั่ว,ไฮโลออนไลน์,แบล็คแจ็ค อีกมากมายหลากหลายเกมส์ ที่คนไทยนิยมเล่น ด้วยเหตนี้จึงทำให้

Gclub Royal จึงมีผู้เล่นสูงสุดในประเทศไทย

Gclub สมัครเข้าเล่นง่ายๆ เพียงไม่กี้ขั้นตอน หลังจากนั้นไม่เกิน 15 นาที ก็สามารถเข้าเล่นได้แล้ว เราบริการตลอด มี Call Center คอยให้บริการ รับการแจ้งปัญหาจากลูกค้า ตลอด 24 ชั่วโมง