บุกจับชาวกัมพูชา ปลอมข่าว ‘บิ๊กตู่ ไล่ไปเติมน้ำเปล่าแทนน้ำมัน’ และคนแชร์อีก 6 ราย

ตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังบุกจับผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ปลอมข่าวทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และเศรษฐกิจของประเทศไทย
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมาและสืบสวนขยายผลการจับกุมบุคคลนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยได้โพสต์บทความลงในอินเตอร์เน็ต พาดหัวข่าวว่า “บิ๊กตู่” ฟิวขาด ด่ากราดปปช. ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า” แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ นายรัตนะ เฮง (Mr.Ratanak Heng) สัญชาติกัมพูชา ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1154/2561 ลงวันที่ 30 พ.ค.2561 และดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นผู้แชร์ต่อข้อมูลข่าวอันเป็นเท็จดังกล่าว ประกอบด้วย

1.นายธนวัชร์ อ้อนวอน

2.นายรุ่งโรจน์ ปรีชา

3.นางสาวปภาศร สระอุบล

4.นางสาวจิตาภา บุญทวี

5.นางสาวประภัสสร วันชูชิต

6.นายรฐนนท์ ชัยชนะ

ซึ่งกระทำความผิดฐาน “เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อการรักษาความมั่งคงปลอดภัยของประเทศหรือความมั่งคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” นั้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายรัตนะ จบการศึกษาด้านไอทีและทำงานด้านการค้าอัญมณี รวมถึงบิดคอยด์ ซึ่งเป็นสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบว่าได้มีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีถึงสามครั้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการสืบสวนว่า นายรัตนะ เฮง มีส่วนพัวพันกับการยุยงปลุกปั่นให้เกิดปัญหาความมั่นคงในประเทศไทยหรือไม่ และมีใครอยู่เบื้องหลังในการจ้างวานให้โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้เชิญตัวนายรัตนะ เฮง มาพูดคุยและทำความเข้าใจ โดยนายรัตนะ เฮง ยินยอมเดินทางพร้อมกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ไปยังประเทศไทยเพื่อเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ต่อไป

บุกจับ นกกรงหัวจุก กลางสนามแข่ง เหตุนำนกผิดกฎหมายมาแข่งขัน

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลัง ตรวจสนามแข่งนกปรอดหัวจุก หรือนกรงหัวจุก หลังได้ร้องเรียนว่ามีการนำนกที่ผิดกฎหมายมาแข่งขัน ก่อนพบผิดกฎหมาย 25 ตัว แต่มีผู้รับเป็นเจ้าของ 10 รายรวม 15 ตัว ส่วนอีก 10 ตัวไม่สามารถหาเจ้าของได้
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2561 นายวันชัย สิงห์โต ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้นำกำลังตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144 ตำรวจศูนย์ป้องกันและปราบปามด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรีเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบที่ 1 (ภาคกลาง) เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปราบด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ฐานป้องกันและปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติบ้านแม่คะเมย รวมแล้วกว่า 40 นาย

เข้าตรวจสอบสนามแข่งนกปรอดหัวจุก หรือนกกรงหัวจุก สนามท่าแร้ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4 ริมถนนายสายเพชรบุรี – บ้านแหลม ฝั่งตะวันออก หมู่ที่ 2 ตำบลท่าแร้งออก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี หลังจากได้รับแร้งเรียนว่ามีการนำนกปรอดหัวจุก หรือนกกรงหัวจุกซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมาแข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าของนกปรอดหัวจุก หรือนกกรงหัวจุกกว่า 100 คน นำนกปรอดหัวจุก หรือนกกรงหัวจุกมาแข่งขัน ผลการตรวจสอบพบว่ามีนกปรอดหัวจุก หรือนกกรงหัวจุดที่ไม่สรวมแหวนแสดงสัญลักษณ์การได้รับอนุญาตจางทางราชการจำนวน 25 ตัว

โดยมีผู้รับเป็นเจ้าของจำนวน 10 ราย รวมนก 15 ตัว และมีนกที่ไม่มีผู้รับเป็นเจ้าของ 10 ตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดนกปรอดหัวจุกหรือนกกรงหัวจุก ทั้ง 25 ตัว พร้อมแจ้งข้อหาเจ้าของนกว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งติดตามเจ้าของนกทั้ง 10 ตัวที่ไม่มีผู้รับเป็นเจ้าของมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป