คล็อปป์โวลิเวอร์พูลสมควรเข้าชิงชปล.

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ชี้ “หงส์แดง” คู่ควรแล้วกับการทะลุเข้าสู่รอบชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่รับทีมเล่นเกมรับไม่ดีในช่วงครึ่งหลังของเกมที่แพ้ อาแอส โรม่า เมื่อคืนที่ผ่านมา
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เชื่อว่า ทีมตนคู่ควรแล้วกับการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังออกไปแพ้ อาแอส โรม่า 2-4 ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันพุธที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ผ่านเข้ารอบชิงฯ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 7-6

ซาดิโอ มาเน่ ยิงให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 แต่เจ้าถิ่นก็มาตีเสมอได้ในนาทีที่ 15 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เจมส์ มิลเนอร์ กระนั้น “หงส์แดง” ก็ขึ้นนำได้อีกครั้งในนาทีที่ 25 จากการโหม่งของ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม

อย่างไรก็ตาม โรม่า มาได้สามประตูในช่วงครึ่งหลังจาก เอดิน เชโก้ นาทีที่ 52, รัดย่า นาอิงโกลัน ที่เหมาสองตุงนาทีที่ 86 และ 90 ทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ แบบหวุดหวิดด้วยสกอร์รวมสองนัด 7-6 โดยจะชิงดำกับ เรอัล มาดริด ที่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคมนี้

บ่อนผวาฟอร์มลิเวอร์พูลยกเต็ง1แชมป์ชปล.

  เกมรุกสุดโหดทำบ่อนผวาหนักดัน ลิเวอร์พูล ขึ้นเต็ง 1 แชมป์ยุโรปแล้ว หลังเปิดบ้านอัด โรม่า ในรอบตัดเชือกนัดแรก 

holiday-casino.org โดยที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ 3 ประสานแนวรุก ดาหน้ายิงกันได้ทุกคน

  วิลเลี่ยมฮิลล์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ปรับราคาให้ ลิเวอร์พูล เป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ หลังจากเอาชนะ โรม่า คู่แข่งจากอิตาลี 5-2 ในรอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันอังคารที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา

 “หงส์แดง” ตุนความได้เปรียบเอาไว้อย่างมากก่อนไปเยือน “หมาป่าแห่งกรุงโรม” ในเกมนัดสองวันพุธที่ 2 พฤษภาคม ขณะที่รอบรองชนะเลิศอีกคู่เป็นการพบกันของ บาเยิร์น มิวนิค กับ เรอัล มาดริด โดยจะเล่นเกมแรกที่บ้าน “เสือใต้” คืนวันพุธที่ 25 เมษายนนี้

  ลิเวอร์พูล เพิ่งสร้างสถิติเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่มีผู้เล่น 3 คน ยิงได้เกินคนละ 8 ประตูในการลงเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลเดียว (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 10, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 10 และ ซาดิโอ มาเน่ 8) นอกจากนั้น ซาลาห์ คนเดียวยังทำไปแล้วถึง 43 ประตูในทุกรายการ

อัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ วิลเลี่ยมฮิลล์
1. ลิเวอร์พูล 6/4 (แทง 4 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
2. เรอัล มาดริด 11/5
3. บาเยิร์น มิวนิค 9/4
4. โรม่า 25/1

ลิเวอร์พูล บุกโซ้ย เซาแธมป์ตัน 2-0 ยึดที่ 3 พรีเมียร์ลีก

GOAL !!! นาทีที่ 6 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ลิเวอร์พูล อเล็กซ์ อ็อกซ์เหล็ด-แชมเบอร์เลน วางบอลมาให้ซาลาห์ เวสลี่ย์ ฮูดท์ สกัดพลาด ซาลาห์ถวายพานให้ ฟีร์มิโน่ แปเน้น ๆ

นาทีที่ 26 ซาดิโอ มาเน ตั้งป้อมยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 28 เซาแธมป์ตันได้บุกกดดันใส่ลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่องหลังเสียประตูรวดเร็ว เจมส์ วอร์ด-พราวส์ วางบอลเข้าไปหน้าปากประตู กุยโด การ์รีโยเทคตัวโขกแต่บอลไปตรงตัวคาริอุส

นาทีที่ 29 เซาแธมป์ตันได้โอกาสทองอีกครั้ง เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ได้โอกาสขึ้นโขกเหน่ง ๆ แต่เป็นซูเปอร์เซฟของ คาริอุส ลิเวอร์พูลรอดการเสียประตู

นาทีที่ 37 โจเอล มาติป ได้ใบเหลืองเป็นคนแรกของเกมหลังไปตัดฟาวล์ดูซาน ทาดิช
GOAL !!! นาทีที่ 42 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล มาติปจ่ายให้ซาลาห์เล่นชิ่งกับฟีร์มิโน ก่อนฟีร์มิโนไขว้จ่ายคืนให้ซาลาห์หลุดไปยิงแบบเฉียบขาด

จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ทำได้ดีกว่าในการจบสกอร์ แม้ครองบอลได้น้อยกว่า เซาธ์แฮมป์ตัน เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล บุกมาออกนำเจ้าถิ่น 2-0

นาทีที่ 57 เซาแธมป์ตันส่งโซฟิยาน บูฟาล ลงสนามแทนมาริโอ เลมินา ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ

นาทีที่ 59 ลิเวอร์พูลถอดอเล็กซ์ อ็อกซ์เหล็ด-แชมเบอร์เลน ออก จากนั้นส่งเจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามแทน

นาทีที่ 62 โรเมวได้ใบเหลืองจากจังหวะเข้าตัดฟาวล์เจมส์ มิลเนอร์
นาทีที่ 70 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูนำห่าง 3-0 ฟีร์มิโน่ยิงจังหวะแรกติดเซฟอเล็กซ์ แม็คคาร์ที ซาลาห์ซ้ำดาบสองบอลหลุดกรอบอกไป

นาทีที่ 89 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ถอดซาลาห์ออก จากนั้นส่งลอฟเรนลงสนามแทน

จบเกมลิเวอร์พูลบุกมาชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ลิเวอร์พูลขยับกลับไปรั้งอันดับ 3 ของตาราง ส่วนทาง เซาแธมป์ตันรั้งอันดับที่ 18 อยุ่ในโซนตกชั้น ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เซาแธมป์ตัน : อเล็กซ์ แมคคาร์ที – เซดริก โซอาเรส, แจ๊ค สตีเฟนส์, เวสลีย์ ฮูดท์, ไรอัน เบอร์ทรานด์ (C) – โอริโอล โรเมว (ออก 80′), มาริโอ เลมินา (ออก 57′), เจมส์ วอร์ด-พราวส์ (ออก 71′), ดูซาน ทาดิช, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก – กุยโด การ์รีโย

ตัวสำรอง : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, มายะ โยชิดะ, สตีเวน เดวิส (เข้า 80′), โซฟียาน บูฟาล (เข้า 57′), นาธาน เรดมอนด์, เชน ลอง (เข้า 71′), มาโนโล กับเบียดินี

คูตี้ซัดต่อเนื่อง! “หงส์แดง” บุกตีเจ๊า “สปาร์ตัก” 1-1 ศึกยูฟ่า ชปล.

เริ่มเกมมา 10 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นก่อน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ โหม่งต่อให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนพักอกแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลากลางประตู แฟร์นานโด กองกลางชาวบราซิลบรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งโค้งข้ามกำแพงก่อนฮุกเสียบคานเข้าไป สปาร์ตัก มอสโก ออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 “หงส์แดง” ทวงประตูคืนได้ทันควัน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทำชิ่งกับ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนหลุดเข้าไปซัดแสกหน้า อาร์เต็ม เรบรอฟ ตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1-1 หมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 53 ทีมเยือนเกือบได้ประตูแซงนำจากลูกฟรีคิก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปั่นด้วยขวาจะเสียบโคนเสาอยู่แล้ว แต่ อาร์เต็ม เรบรอฟ พุ่งปัดเอาไว้ได้

นาทีต่อมา เจ้าบ้านสวนกลับเร็ว อาเดรียโน่ แทงบอลทะลุช่องให้ อันเดร เอสเชนโก้ หลุดเข้าไปสับไกด้วยขวาแต่ ลอริส คาริอุส พุ่งเซฟไว้ได้

นาทีที่ 78 ทีมเยือนบุกอีกครั้ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไหลออกขวาให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกไปไล่ตีเสมอ สปาร์ตัก มอสโก 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
สปาร์ตัก มอสโก : อาร์เต็ม เรบรอฟ, อันเดร เอสเชนโก้, แซร์ดาร์ ทาสซี่, อิลยา คูเตปอฟ, ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ, จอร์จี้ ชิคิย่า, แฟร์นานโด, มาริโอ ปาซาลิช, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, อิเวลิน โปปอฟ, ลุยซ์ อาเดรียโน่
ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้ตัดสิน : เกลม็องต์ ตูร์แป็ง (ฝรั่งเศส)