ไล่ไม่ทัน “ไทย” พ่าย “สโลวาเกีย” 2-3 ชวดแชมป์คิงส์คัพ

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 10 นาที สโลวาเกีย ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต มัค วิ่งสปีดแซง ฟิลิป โรลเลอร์ หลุดถึงเส้นหลังก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ อ็องเดรจ์ ดูด้า แปด้วยขวาตุงตาข่าย

นาทีที่ 30 ทัพช้างศึก น่าจะได้ประตูตีเสมอ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนกระชากเข้าเขตโทษแล้วกดด้วยขวา บอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 34 จากจังหวะสวนกลับเร็ว เอริค พาซินด้า จ่ายทะลุแนวรับให้ โรเบิร์ต มัค หลุดเข้าไปซัดเสียบโคนเสาเข้าไป สโลวาเกีย หนีเป็น 2-0

นาทีที่ 42 กองเชียร์ไทยได้เฮ มิชาล ซุลล่า นายด่านสโลวาเกีย ถูกกดดันเปิดบอลไปเข้าทาง ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนที่ดาวยิงทีมชาติไทย จะไหลต่อให้ จักรพันธ์ แก้วพรม แปโล่งๆเข้าไป ทีมไทย ไล่มาเป็น 1-2 พร้อมกับหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ทีมไทยบุกกดดันทันที นาทีที่ 51 ชนาธิป สรงกระสินธ์ เก็บบอลได้ก่อนกดด้วยขวาบนเส้นเขตโทษ มิชาล ซูลล่า ต้องออกแรงปัดปลายมือ ก่อนที่เพื่อนจะตามมาเตะทิ้งได้ทัน

นาทีที่ 54 ธีรศิลป์ แดงดา จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ธีราทร บุญมาทัน หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรก มาร์ติน สเคอร์เทล ตามมาบล็อก บอลกระเด้งไปโดนตัวแบ็กซ้ายทีมชาติไทย เปลี่ยนทางจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ มิชาล ซูลล่า ปัดข้ามคานออกไป

นาทีที่ 68 เอริค พาซินด้า ลากบอลขึ้นมาเองก่อนทำชิ่งกับ อ็องเดรจ์ ดูด้า แล้วปั่นด้วยขวาระยะ 20 หลา บอลพุ่งโค้งชนเสาเข้าไป หมดสิทธิ์ที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะป้องกัน

นาทีที่ 78 ทีมชาติไทย มาได้ลูกฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวา นูรูล ศรียานเก็ม เปิดบอลพุ่งเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง พรรษา เหมวิบูลย์ ที่เสาสองวิ่งกดด้วยขวาตุงตาข่าย “ทัพช้างศึก” ไล่มาเป็น 2-3

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “แข้งช้างศึก” ทีมชาติไทย ไล่ไม่ทันเป็นฝ่ายแพ้ สโลวาเกีย 2-3 ทำให้ชวดป้องกันแชมป์คิงส์คัพ

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ – ฟิลิป โรลเลอร์ ,พรรษา เหมวิบูลย์ ,เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ,พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา – จักรพันธ์ แก้วพรม ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ,ชนาธิป สรงกระสินธ์ – มงคล ทศไกร ,ธีราทร บุญมาทัน ,ธีรศิลป์ แดงดา
สโลวาเกีย : มิชาล ซูลล่า – บอริส เซคูลิช ,มาร์ติน สเคอร์เทล ,โรเบิร์ต มาซาน ,ลูโบเมียร์ ซัทก้า – อ็องเดรจ์ ดูด้า ,แยน เกรกุส ,เอริค ซาโบ , เอริค พาซินด้า – อดัม เนเมค ,โรเบิร์ต มัค

ผลบอล : สุดระทึก! “ทีมชาติไทย” แม่นเป้าเชือด “กาบอง” 4-2 ลิ่วชิงฯคิงส์คัพ

“ช้างศึก” ของกุนซือมิโลวาน ราเยวัช จัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย 3 ผู้เล่นที่ไปค้าแข้งในเจลีก ญี่ปุ่น อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน รวมถึง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารตัวเก่งที่ค้าแข้งกับ โอเอช ลูเวิน ในลีกเบลเยี่ยม

ขณะที่ ทีมชาติกาบอง ของกุนซือโฆเซ่ อันโตนิโอ กามาโช่ นำทัพมาโดย มาริโอ เลมิน่า มิดฟิลด์ที่ค้าแข้งอยู่กับเซาแธมป์ตันในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ดิดิเยร์ โอโวโน่ เอบ็อง ผู้รักษาประตูกัปตันทีม

เริ่มเกมเป็นทีมชาติไทยที่เล่นกันได้อย่างคึกคัก มีโอกาสทักทายก่อนในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะล็อกเข้าขวาแล้วยิง แต่บอลไปตรงตัวผู้รักษาประตูของกาบอง

หลังจากนั้นเกมของไทยดูแผ่วลงเรื่อยๆ และเป็นกาบองที่ครองเกมได้เหนือกว่าแต่แทบไม่มีโอกาสทำประตูเท่าที่ควร

น.35 ไทย มีโอกาสลุ้นประตูจากจังหวะยิงไกลระยะ 20 หลาของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แต่บอลไปตรงตัวนายทวารกาบองอีกครั้ง

น.38 ไทยได้ลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะลูกเตะมุม พรรษา เหมวิบูลย์ โหม่งตั้งมาให้ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว เกือบจะได้ยิง แต่โดนกองหลังกาบองสกัดเอาไว้ได้

จากจังหวะต่อเนื่อง พรรษา เหมวิบูลย์ ได้ส่องไกลระยะ 30 หลา แต่ โอโวโน่ เอบ็อง นายทวารกาบองเซฟเอาไว้ได้อีก

ช่วงท้ายครึ่งแรก น.45 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษไปติดบล็อคกองหลังกาบอง บอลมาเข้าทาง มงคล ทศไกร กำลังจะยิง แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้า

หมดเวลาการแข่งขันใน 45 นาทีแรก ทีมชาติไทย เสมอกาบอง แบบไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งเวลาหลัง ทีมชาติไทย ยังมีรูปเกมที่ดีกว่าเล็กน้อย ครองบอลอยู่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษของกาบอง แต่จังหวะจบสกอร์แทบไม่มี ขณะที่ กาบอง อาศัยจังหวะฉาบฉวยรอโต้กลับได้น่ากลัวหลายครั้งแต่ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์เช่นเดียวกัน

น.69 ทีมชาติไทยเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก นำ บดินทร์ ผาลา ลงมาเล่นแทน จักรพันธ์ แก้วพรม โดยสกอร์ในเกมยังเสมอกันอยู่ 0-0

น.71 ทีมชาติไทยเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่สอง นำ นูรูล ศรียานเก็ม ลงมาเล่นแทน มงคล ทศไกร

น.76 ทีมชาติไทยเกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แทงบอลให้ นูรูล ศรียานเก็ม หลุุดมาทางกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ บดินทร์ ผาลา พยายามไขว้ยิงแต่บอลเบาเกินไป

น.78 ฐิติพันธ์ แสงจันทร์ แทงทะลุช่องให้ นูรูล ศรียานเก็ม หลุดมาหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา ก่อนตัดสินใจจะชิพข้ามหัวนายประตูกาบอง แต่โดนเซฟเอาไว้ได้

น.80 พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ได้ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย แต่ไปติดเซฟของ โอโวโน่ เอบ็อง นายทวารกาบองอีกครั้ง

น.82 ไทย เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย นำ สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงมาเล่นแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ และจากจังหวะต่อเนื่อง หลุยส์ อาเมก้า มิดฟิลด์กาบอง ได้ลองยิงนอกกรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคานออกไปนิดเดียว

หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ทีมชาติไทย เสมอ ทีมชาติกาบอง 0-0 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลลูกโทษที่จุดโทษ

ในการดวลจุดโทษ ปรากฏว่า ทีมชาติไทย ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะไปได้ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติสโลวะเกีย ส่วนทีมชาติกาบอง ชิงที่ 3 พบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 25 มีนาคม 2561