กทม. เชื่อมต่อ 3 สวนสาธารณะรวมเป็นอุทยานสวนจตุจักร

กทม. เชื่อมต่อ 3 สวนสาธารณะรวมเป็นอุทยานสวนจตุจักร เผยคืบหน้าแล้ว 75% พร้อมเปิดให้บริการประชาชน 15 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.61 ที่ผ่านมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักร งานปรับปรุงสวนสมเด็จย่า 84 เขตจตุจักร งานปรับปรุงสวนรามอินทรา เขตบางเขน

ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครสีเขียว สะดวกสบาย” ที่มีเป้าหมายให้กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมทั่วมุมเมือง ประชาชนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีวิถีชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตจตุจักร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีพื้นที่ 196 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศ มีพื้นที่ 375 ไร่ และสวนจตุจักร มีพื้นที่ 155 ไร่ เมื่อรวมสวนสาธารณะทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 727 ไร่

ผลงานที่ดำเนินการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 1 สวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของโครงการ โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจรถนนกำแพงเพชร 3 ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว งานวางเหล็กพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 45% งานเทพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 65% และงานก่อสร้างลานทางเชื่อมฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 85% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61

งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 2 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนจตุจักร โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจร ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับลานทางเชื่อมสวนบริเวณสวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร งานรื้อทางเท้าถนนกำแพงเพชร 3 ฝั่งสวนจตุจักรแล้วเสร็จ งานก่อสร้างพื้นลานฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 70% งานรื้อทางเดินเดิมฝั่งสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้ผลงาน 30% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61

และงานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 3 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนวชิรเบญจทัศ โดยการปรับปรุงสะพานข้ามคูน้ำเดิมให้สวยงาม พร้อมทั้งออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเชิงสะพานทั้ง 2 ฝั่งให้เรียบร้อยและสวยงาม งานขยายพื้นที่ลานฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 95% งานก่อสร้างกำแพงดินแล้วเสร็จ คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 20 ส.ค.61 สำหรับผลงานโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง โดยรวมแล้วคืบหน้า 75% คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในวันที่ 15 ก.ย.61

“สวนสาธารณะแต่ละแห่งจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแห่งอยู่แล้ว อย่างเช่น สวนจตุจักร จะเป็นสวนวรรณคดี สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ สวนวชิรเบญจทัศ จะเป็นสวนครอบครัว และสวนสมเด็จย่า 84 จะเป็นสวนแห่งความสามัคคี เนื่องจากการก่อสร้างสวนสาธารณะแต่ละแห่งในอดีตจะมีประวัติความเป็นมา ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามภายหลังจากเปิดให้บริการประชาชนมาเป็นระยะเวลานาน ความชำรุดทรุดโทรมย่อมเกิดขึ้น การปรับปรุงสวนสาธารณะจึงเป็นการปรับปรุงเพื่อประโยชน์ใช้สอย อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ แต่เอกลักษณ์ของแต่ละสวนจะคงอยู่ดังเดิม ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้าย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยาน โรยตัวเก็บขยะภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จัดเจ้าหน้าที่อุทยานโรยตัวเก็บขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ ตามหน้าผาและซอกหิน ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะลานหินแตก และลานหินปุ่ม

 

วันนี้ 23 ก.ค.61 ที่บริเวณลานหินแตก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นายสว่าง สีตะวัน หัวน้าอุทยานแห่งชาตภูหินร่องกล้า และ นายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ หัวหน้าศูนย์กู้ภัยและมวลชนสัมพันธ์ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานภาเหนือตอนล่าง จำนวนกว่า 30 นาย ร่วมกันสำรวจและเก็บขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในซอกหินเส้นทางท่องเที่ยว ลานหินแตก และลานหินปุ่ม

ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานฯ ต้องทำการโรยตัวลงไปเก็บเศษขยะที่ถูกทิ้งไว้ตามซอกหิน และหน้าผา โดยส่วนใหญ่พบเป็นขวดน้ำ กระดาษห่อลูกอม กระดาษทิชชู่ ซองขนม ก้นบุหรี่ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้เอง และส่งผลให้ทัศนียภาพที่สวยงามถูกทำลาย

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจึง ขอร่วมมือกับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วยกันรักษาความสะอาดอย่าทิ้งขยะมัก ง่าย โดยเฉพาะตามซอกหินและหน้าผา เพราะการเก็บทำความสะอาดได้ยากและเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม และส่งผลให้ทำลายธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย